• wholesale nfl jerseys
  • wholesale nfl jerseys china
  • Your Healthcare Partner for Biopharmaceutical Services
    X
    ‘DeepEye’ ตรวจเบาหวานขึ้นตาบนสมาร์ทโฟน แม่นยำ ลดนำเข้า ตอบโจทย์ขาดแคลนจักษุแพทย์
    2018-08-20 09:07:35
    สวรส.-คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัฒนาแอปพลิเคชัน DeepEye ตรวจเบาหวานขึ้นตาบนสมาร์ทโฟน แม่นยำสูง ลดการนำเข้าจากต่างประเทศตอบโจทย์ปัญหาขาดแคลนจักษุแพทย์



        สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และทีมวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำผลงานวิจัย “ระบบคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตาและผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมอย่างอัตโนมัติ” ร่วมแสดงในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2561 (Thailand Research Expo 2018) ภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9 - 13 สิงหาคม 2561 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

        รศ.ดร.จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายนักวิจัย สวรส. ให้ข้อมูลว่า ผลงานวิจัยเรื่อง ระบบคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตาและผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมอย่างอัตโนมัติ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตาและผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมเบื้องต้น โดยพัฒนาแอปพลิเคชัน DeepEye ที่สามารถใช้งานบนสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก และกล้องถ่ายจอตาที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สามารถใช้งานง่ายและราคาถูก โดยขั้นตอนและวิธีการตรวจคัดกรองสามารถบอกได้ว่าเป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ และถ้าเป็นโรคก็สามารถคัดแยกระดับความรุนแรงของโรคได้ทั้ง 5 ระดับ ได้แก่ No DR, Mild NPDR, Moderate NPDR, Severe NPDR และ PDR ซึ่งเป็นการใช้ขั้นตอนวิธีการเรียนรู้เชิงลึก และเป็นเทคนิคหนึ่งในปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นระบบสนับสนุนในการตรวจวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมต่อกับกล้องถ่ายภาพจอตาแบบพกพาได้ทุกรุ่น สามารถตรวจคัดกรองได้รวดเร็ว และมีความแม่นยำเทียบเท่าจักษุแพทย์

        ทั้งนี้งานวิจัยดังกล่าวนับเป็นการพัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์ที่ยังไม่มีผู้ใดทำมาก่อน ภายใต้ทุนสนับสนุนที่ไม่สูงมาก แต่สามารถลดการนำเข้าเครื่องมือวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศ รวมทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคตาในพื้นที่ที่ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ได้อีกด้วย

        ด้าน ดร.จุไรรัตน์ พรหมใจ ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. กล่าวว่า โรคเบาหวานขึ้นจอตาเป็นปัญหาในระบบสุขภาพที่พบได้บ่อย แต่สามารถป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคได้ หากพบแนวโน้มการเป็นโรคตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อการนำไปสู่การรักษา ลดการสูญเสีย ลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ ซึ่งการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวานขึ้นจอตา ต้องได้รับการตรวจจากจักษุแพทย์ หากแต่จักษุแพทย์ในประเทศไทยมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล ส่งผลให้การตรวจวินิจฉัยโรคมีข้อจำกัด บ่อยครั้งผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ส่งผลให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น

        “ระบบคัดกรองผู้ป่วยฯ ที่งานวิจัยได้พัฒนาขึ้น เป็นการคัดกรองเบื้องต้นที่สามารถทำได้โดยบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนจักษุแพทย์ โดยในระยะต่อไป สวรส. ได้มีการวางแผนเรื่องการประเมินผลงานวิจัยในมิติต่างๆ อาทิ คุณภาพและมาตรฐาน ความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ ความพึงพอใจของผู้รับบริการ รวมถึงการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการผลิตและนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น” ดร.จุไรรัตน์ กล่าว

        นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 โดยมี ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้เห็นชอบเพิ่มสิทธิประโยชน์ยาและวัคซีน บรรจุเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จำนวน 3 รายการ ในปีงบประมาณ 2562 ตามข้อเสนอคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ คือ 1.วัคซีนรวม คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ไวรัสตับอักเสบบี และโรคจากเชื้อฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนเซ่ ชนิดบี (Haemophilus influenzae type b) 2.ยาราลทิกราเวียร์ (Raltegravir) เพื่อขยายการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก และ 3.ยาบีวาซิซูแมบ (Bevacizumab) เพื่อรักษาโรคหลอดเลือดดำในจอตาอุดตัน









    ที่มา : https://www.hfocus.org/content/2018/08/16172